หน้าแรกAbout usProductNews & PromotionLinkDownloadWebboardGuestbookContactNew & Promotions
สถิติร้านค้า
เปิดร้านเมื่อ
ปรับปรุงร้านเมื่อ
ผู้ชมร้าน 7,352,046
จำนวนสินค้า 242
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
7100303000430
เมนูหลัก
Products
บริการ
ST.UNITED

ปฏิทินกิจกรรมพิเศษ
October 2014
S M T W T F S
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
             
สมาชิกจดหมายข่าว
สมัคร ยกเลิก
คุณชอบบทความไหนมากที่สุด (50414)
ตู้ลำโพงแบบมาตรฐาน Loudspeaker Enclosures (13173)
26.13%
ลำโพงนีโอไดเมี่ยม เป็นอย่างไร ??? (7205)
14.29%
ลำโพง(7423)
14.72%
อีควอไลเซอร์ EQUALIZER : EQ (7558)
14.99%
Setting Speaker (5874)
11.65%
มาทำสายลำโพงเล่นกันเถอะ (9181)
18.21%
มีอีก>>
รถเข็นของคุณมี   รายการ ราคาทั้งหมด 0.00 บาท  ดูสินค้าในรถเข็นทั้งหมด
บทความน่ารู้และข้อมูลทั่วไปทางอิเล็คทรอนิคส์
เซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานธรรมชาติที่ไมีมีวันหมด...

     การผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ คนขายไก่ปิ้งบ้านเราหัวใส เอากระจกไปสะท้อนแสงอาทิตย์ลงบนเนื้อไก่ไม่ต้องเสียค่าถ่านสักบาทไก่ก็สุกได้ แต่ในยามที่พลังงานหายากเช่นทุกวันนี้ แสงอาทิตย์ คงไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ปิ้งไก่หรือตากผ้าเท่านั้น
 น้ำมันที่เป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของโลก นับวันมีแต่จะหมดไปเรื่อยๆ พร้อมๆ กับราคาที่แพงขึ้น ราคาของน้ำมันจะสูงขึ้นไปถึงเท่าไรไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือตอนนี้เงิน 100 บาท เติมน้ำมันได้ไม่ถึง4ลิตร และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทั้งหลายพยากรณ์ว่าน้ำมัน จะมีให้ใช้ไปอีกไม่เกิน 50 ปีเท่านั้น
 ด้วยเหตุนี้จึงมีการพัฒนาพลังงานทดแทนแบบอื่นๆ ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นนำมันดีเซลจากสิ่งมีชีวิต(ไบโอดีเซล) พลังงานจากลม พลังงานจากคลื่นพลังนิวเคลียร์ เป็นต้น การแปรพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงาน เพื่อนำไปใช้งานก็เป็นหนึ่งในการหาพลังงานทดแทน โดยการนำแสงอาทิตย์มาใช้ในรูปของพลังงานความร้อนหรือแปรเปลี่ยนไปเป็นพลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ถือว่าเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมดได้ เพราะ กว่าดวงอาทิตย์จะดับมอดลง ก็คงต้องใช้เวลาอีกกว่า 5000 ล้านปี ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ถ้ามนุษยชาติไม่สูญพันธ์ไปเสียก่อนก็คงจะหาพลังงานอย่างอื่นมาทดแทนพลังงานแสงอาทิตย์ได้แล้ว มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์มานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณ ตั้งแต่การตากผ้าไปจนถึงการจุดคบไฟ แต่ในโลกยุคใหม่พลังงานแสงอาทิตย์ ก็กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ จากปริมาณน้ำมันใต้ผิวโลกที่ลดลง
 การใช้แสงในรูปของพลังงานความร้อนคงไม่ต้องกล่าวถึงมากนักแม้แต่แม่บ้านหรือคนขายไก่ปิ้ง ก็รู้จักใช้กันเป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วในบ้านเรือนสมัยใหม่ ยังมีหม้อต้มน้ำร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งอยู่บนหลังคาอีกด้วย ส่วนในเรื่องของการแปรพลังงานแสงอาทิตย์ไปเป็นไฟฟ้านั้น ต้องใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เซลล์แสงอาทิตย์หรืออาจจะเรียกในชื่ออื่นๆ คือเซลล์สุริยะ,โซลาเซลล์(Solar Cell) หรือโฟโต้โวลตาอิกเซลล์(Photovoltaic Cell)

ทำไมต้องเป็นเซลล์แสงอาทิตย์
 แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังโลก มีค่าประมาณ 1,400 วัตต์ต่อตารางเมตร แต่กว่าจะผ่านชั้นบรรยากาศของโลกลงมาที่พื้นผิว ก็เหลือประมาณ 1,000 วัตต์ต่อตารางเมตรเท่านั้น การจะรับปริมาณแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุดต้องให้พื้นที่รับแสงทำมุมตั้งฉากกับแสงอาทิตย์สำหรับประเทศไทยที่อยู่ในเขตร้อน มีแสงแดดค่อนข้างแรงตลอดปี โดยเฉลี่ยแล้วจะได้รับพลังงานจากแสงอาทิตย์ประมาณ 4-5 กิโลวัตต์ชั่วโมง/ตารางเมตร/วัน
 เซลล์แสงอาทิตย์สามารถเปลี่ยนพลังงานจากแสงแดดเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง และไม่ทำให้เกิดมลภาวะเนื่องจากไม่มีปฎิกิริยาที่ทำให้เกิดก๊าซอันตราย ไม่มีการเผาไหม้ ไม่มีการปล่อยของเสียออกมา เซลล์แสงอาทิตย์ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวจึงไม่เกิดเสียงดังและไม่มีชิ้นส่วนที่สึกหรอ จึงมีอายุการใช้งานยาวนาน และประสิทธิภาพในการทำงานค่อนข้างคงที่ตลอดอายุการใช้งาน มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่ายและเคลื่อนย้ายได้สะดวก  การติดตั้งเสาและสายส่งไฟฟ้าในสถานที่ทุรกันดาร เช่น ตามลดาเขาหรือป่าทึบจะมีความยากลำบากมาก และมีค่าใช้จ่ายสูง การใช้เซลล์แสงอาทิตย์ที่มีลักษณะเป็นแผง หรือโมดูลไปติดตั้งตามบ้านเรือนที่อยู่ห่างไกล โดยตรงจะสะดวกและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก โดยการออกแบบให้มีขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่สามารถจะผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอกับการใช้ไฟฟ้าของบ้านแต่ละหลังได้ แต่ทางปฎิบัติแล้วก็จะออกแบบให้ขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์มีขนาดเดียวกันทั้งหมู่บ้าน เพื่อง่ายต่อการสั่งซื้อและติดตั้ง โดยจำกัดจำนวนอุปกรณ์ไฟฟ้าของบ้านแต่ละหลัง เพื่อไม่ให้มีการใช้ไฟฟ้ามากจนเกินไป
 ในขณะที่ต้นทุนผลิตไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าแบบอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊ส, โรงไฟฟ้าที่ใช้น้ำมันหรือถ่านหิน ฯลฯ นับวันต้นทุนมีแต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามราคาของเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีน้อยลงและหายากขึ้นเรื่อยๆ ราคาต้นทุนของเซลล์แสงอาทิตย์กลับสวนทางกลับโรงไฟฟ้าดังกล่าว จากเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าขึ้นและจากปริมาณการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ต้นทุนของเซลล์แสงอาทิตย์มีราคาถูกลง ถึงแม้ว่าในตอนนี้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ยังแพงกว่าโรงไฟฟ้าแบบอื่นๆก็ตาม แต่ความแตกต่างนี้ก็ลดลงเรื่อยๆ นอกจากนี้แล้ววัสดุที่ใช้ทำเซลล์ยังเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย และมีปริมาณมากบนโลกจึงไม่ต้องกังวลว่าวัตถุดิบที่ใช้เพื่อการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์จะหมดไป

โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์
 โครงสร้างของเซลล์แสงอาทิตย์โดยทั่วไปทำมาจากรอยต่อ P-N ของสารกึ่งตัวนำ เซลล์แสงอาทิตย์ส่วนมากที่ใช้กันอยู่ถึง 95% ทำมาจากสารกึ่งตัวนำของซิลิกอน เพราะสารกึ่งตัวนำที่ทำจากซิลิกอน มีราคาถูกกว่าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำชนิดอื่นและซิลิกอนยังเป็นธาตุที่หาได้ง่าย และมีปริมาณมากมายบนโลกสามารถถลุงได้จากทรายหรือหิน เมื่อนำซิลิกอนที่ได้มาเติมสารเจือฟอสฟอรัสลงไปจะกลายเป็นสารกึ่งตัวนำชนิด N สารกึ่งตัวนำชนิด N นี้จำนำไฟฟ้าด้วยอิเล็กตรอนหรือประจุลบ และเมื่อนำซิลิกอนมาเติมสารเจือโบรอนก็จะกลายเป็นสารกึ่งตัวนำชนิด P เพราะนำไฟฟ้าด้วยโฮลหรือประจุบวก  จากนั้นเมื่อนำสารกึ่งตัวนำชนิด P และ N มาต่อกันก็จะเกิดรอยต่อ P-N ขึ้น ซึ่งเมื่อเราให้พลังงานจากภายนอกเข้าไปมากพอ เช่น พลังงานจากแสงอาทิตย์ก็จะเกิดการเคลื่อนที่ของประจุบวกและลบ ระหว่างสารกึ่งตัวนำชนิด P และสารกึ่งตัวนำชนิด N ทำให้เกิดความต่างศักย์ทางไฟฟ้าขึ้น ถ้านำอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกต่อเข้าไปก็จะเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าทำให้อุปกรณ์นั้นทำงานได้ในเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอนจะใช้สารกึ่งตัวนำชนิด P ซึ่งมีความหนาของชั้นประมาณ 300 ไมครอนเป็นฐาน และฉาบหน้าด้วยสารกึ่งตัวนำชนิด N ซึ่งมีความหนาของชั้นเพียงแค่ 0.5 ไมครอน ดังนั้นแผ่นอิเล็กโทรดด้านที่อยู่ด้านหน้าที่ติดอยู่กับสารกึ่งตัวนำชนิด N หรือด้านที่รับแสงของเซลล์แสงอาทิตย์โดยทั่วไปจึงเป็นขั้วลบในวงจรไฟฟ้า ส่วนแผ่นอิเล็กโทรดด้านล่างที่ติดอยู่กับสารกึ่งตัวนำชนิด P จะเป็นขั้วบวก
 การที่ต้องออกแบบให้ชั้นของสารกึ่งตัวนำชนิด N มีความหนาน้อย ก็เพื่อที่จะให้แสงสามารถส่องทะลุไปถึงรอยต่อ P-N ให้ได้มากที่สุด เพื่อเปลี่ยนแสงให้เป็นกระแสไฟฟ้าให้ได้มากที่สุด ถ้าความหนาหรือความลึกของชั้นสารกึ่งตัวนำชนิด N มากเกินไป ก็จะทำให้แสงที่ตกกระทบไปถึงรอบต่อ P-N ได้น้อยลงกระแสไฟฟ้าที่ได้ก็จะน้อยลง นอกจากนี้แล้วยังมีการติดตั้งหรือฉาบชั้นกันสะท้อนของแสง เพื่อให้เซลล์แสงอาทิตย์ดูดกลืนแสงได้มากขึ้น ส่วนแผ่นอิเล็กโทรดด้านบนที่ติดกับสารกึ่งตัวนำชนิด N  ยังทำให้มีลักษณะเป็นก้างปลาหรือเป็นเส้นๆ เพื่อไม่ให้ไปบังแสงที่จะส่องส่งไปยังรอยต่อ P-N จะได้มีพื้นที่รับแสงมากๆ ในขณะที่แผ่นอิเล็กโทรดไฟฟ้าด้านหลังที่ติดอยู่กับสารกึ่งตัวนำชนิด P จะเป็นแผ่นเต็มเพื่อให้รวบรวมกระแสได้ดี

ชนิดของเซลล์แสงอาทิตย์
 แบ่งได้เป็น 4 ประเภทโดย 3 ประเภทแรกจะทำจากซิลิกอน ส่วนอีก 1 ประเภทจะทำมาจากวัสดุประเภทอื่น ๆ
 1. เซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอนผลึกเดี่ยว (Single Crystalline Silicon Solar Cell) หรือเรียกว่า โมโนคริสตัลซิลิกอนโซลาร์เซลล์(Monocrystalline Silicon Solar Cell) ทำมาจากแผ่นซิลิกอนที่แข็งและบาง มีลักษณะเป็นแผ่นกลม, แผ่นสี่เหลี่ยม,ครึ่งวงกลม ฯลฯ ขึ้นอยู่กับเทคนิคในการผลิตของผู้ผลิตแต่ละราย ส่วนพื้นที่ของเซลล์แสงอาทิตย์ 1 เซลล์มีหลายขนาด เช่นขนาด 60,100,160 ตารางเซนติเมตร เป็นต้น มีความหนาประมาณ 0.3-0.5 มิลลิเมตร มีประสิทธิภาพประมาณ 14-17% เนื่องจากทำมาจากซิลิกอนผลึกเดี่ยว ซึ่งมีขบวนการผลิตที่ยุ่งยากกว่าซิลิกอนแบบผลึกรวม จึงมีราคาสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอนชนิดอื่น อายุการใช้งานประมาณ 30 ปี
 2. เซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอนผลึกรวมหรือแบบผลึกย่อย (Polycrystalline Silicon Solar Cell, Multi Crystalline Silicon Solar Cell) มีลักษณะเป็นแผ่นแข็งเช่นเดียวกันกับเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอนผลึกเดี่ยวประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์แบบผลึกรวมนี้ จะต่ำกว่าแบบผลึกเดี่ยวเล็กน้อยคือประมาณ 13-15% เนื่องจากเกิดการสูญเสียพลังงานที่รอยต่อของผลึกแต่ละผลึก แต่ราคาก็จะถูกกว่าแบบผลึกเดี่ยว เพราะกรรมวิธีในการผลิตจะไม่ซับซ้อนเท่ากับแบบผลึกเดี่ยว อายุการใช้งานประมาณ 25 ปี
 3. เซลล์แสงอาทิตย์แบบอะมอฟัสซิลิกอน (Amorphous Silicon Solar Cell) มีลักษณะเป็นฟิล์มบาง มีความหนาประมาณ 0.5 ไมครอน ทำให้ประหยัดเนื้อที่และไม่สิ้นเปลืองวัสดุสามารถนำไปติดบนแผ่นฟิล์มพลาสติกหรือกระจกได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องใช้อุณหภูมิสูงอีกด้วย แต่เซลล์แสงอาทิตย์แบบอะมอฟัสซิลิกอนนี้ มีประสิทธิภาพต่ำประมาณ 5-7% เท่านั้น และอายุการใช้งานยังสั้นกว่าซิลิกอนแบบผลึกอีกด้วยเหมาะกับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าไม่มากนัก เช่น เครื่องคิดเลข นาฬิกาข้อมือ เป็นต้น มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปี
 4. เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำมาจากสารกึ่งตัวนำชนิดอื่น (นอกจากซิลิกอน) เช่น แกลเลี่ยมอาร์เซไนด์ (Gallium Arsenide-GaAS), แคดเมี่ยมซัลไฟด์ (Cadmium Sulphide-CdS), แคดเมี่ยมเทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride-CdTe), ทองแดงอินเดียมไดเซเลไนด์ (Copper Indium Diselenide-CulnSe) เป็นต้น
 เซลล์แสงอาทิตย์แบบกึ่งตัวนี้มีทั้งที่เป็นแบบผลึกเดี่ยว (Single Crystalline) และแบบผลึกรวม (Polycrystalline) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแคดเมี่ยมซัลไฟด์ และทองแดงอินเดียม ไดเซเลไนด์ จะมีราคาใกล้เคียงกับเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลกอนเพราะกระบวนการผลิตไม่ยุ่งยาก ส่วนเซลล์แสงอาทิตย์แบบแกลเลี่ยมอาร์เชไนด์จะให้ประสิทธิภาพสูงกว่าเซลล์แสงอาทิตย์แบบอื่นๆ คือมีประสิทธิภาพประมาณ 25% ใช้กับงานที่มีความเข้มของแสงมากได้ดีและยังทนต่อรังสี จึงเหมาะกับงานด้านอวกาศ แต่เซลล์แสงอาทิตย์แบบแกลเลี่ยมอาร์เซไนด์นี้ก็มีราคาแพงกว่าเซลล์แสงอาทิตย์แบบอื่นๆ มาก
 เซลล์แสงอาทิตย์ที่ทำจากแคดเมี่ยมเทลเลอไรด์ (Cadmium Telluride CdTe) และทองแดงอินเดียมไดเซเลไนด์ (Copper Indium Diselenide-CulnSe) จะมีลักษณะเป็นฟิล์มบาง (Thin Film)โดยชนิดแคดเมี่ยมเทลเลอไรด์มีประสิทธิภาพประมาณ 7% แต่ก็ยังสามารถพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อีก
 ส่วนทองแดงอินเดียมไดเซเลไนด์มีประสิทธิภาพมากกว่าชนิดแคดเมี่ยมเทลเลอไรด์เล็กน้อย แต่เซลล์แสงอาทิตย์ทั้งสองชนิดนี้ มีใช้ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์แสงอาทิตย์แบบซิลิกอน

แผงเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Call Module)
 ไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้ากระแสตรง โดยทั่วไปแล้วในเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดซิลิกอน จะให้แรงดันไฟฟ้าเปิด(Open Circuit Voltage) หรือแรงดันไฟฟ้าในขณะที่ไม่ได้จ่ายกระแสให้กับโหลประมาณ 0.5-0.6 โวลต์ พลังงานที่ได้จะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเซลล์แสงอาทิตย์และความเข้มของแสงอาทิตย์ ตัวอย่างเช่น เซลล์แสงอาทิตย์ที่มีพื้นที่ 160 ตารางเซนติเมตร หรือเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 นิ้ว (กรณีเป็นเซลล์แสงอาทิตย์รูปวงกลม) หรือด้านยาวด้านละประมาณ 5 นิ้ว (กรณีเป็นเซลล์แสงอาทิตย์รูปสี่เหลี่ยม) ถ้าแสงมีความเข้มสูงสุดหรือแดดแรงมากๆ จะได้พลังงานประมาณ 2 วัตต์ แต่ถ้าความเข้มแสงลดลงเหลือ 40% ก็จะได้พลังงานเพียง 0.8 วัตต์เท่านั้น
 ดังนั้นในการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ มักจะไม่ได้ใช้เป็นเซลล์เดี่ยวเนื่องจากแรงดันไฟฟ้าและกระแสที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์เพียงเซลล์เดียวมีค่าน้อยเกินไป ไม่เพียงพอต่อการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์ จึงมักจะทำออกมาเป็นแผงที่ประกอลด้วยเซลล์แสงอาทิตย์หลายๆ เซลล์ต่ออนุกรมหรือขนานกันอยู่ เพื่อให้แรงดันไฟฟ้าและกระแสมากขึ้น เพียงพอกับการใช้งาน  ส่วนการเรียกขนาดของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ถ้าเป็นแผงเล็กมักจะเรียกเป็นโวลต์กับแอมป์แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่ขึ้นมาจะเรียกเป็นวัตต์ เช่น แผงขนาดเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 3 โวลต์ 100mA หรือขนาด 5 วัตต์10วัตต์40วัตต์ เป็นต้น การเลือกใช้เซลล์แสงอาทิตย์ นอกจากจะพิจารณาจากกำลังไฟฟ้าที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ผลิตได้แล้ว ยังต้องดูรายละเอียดอื่นๆ อีกด้วย เช่น ขนาดของแผงกว้าง ยาวเท่าไร น้ำหนักเท่าไร เป็นต้น เพื่อให้เลือกใช้งานได้อย่างถูกต้องกับลักษณะของงาน และเหมาะสมกับพื้นที่ในการติดตั้ง รวมไปถึงการออกแบบอุปกรณ์ที่จะมารับน้ำหนักของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ได้อย่างถูกต้อง

การใช้งาน
 กระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ ดังนั้นถ้านำไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้ากระแสตรงก็สามารถใช้งานได้เลย เช่นที่ใช้ในเครื่องคิดเลข นาฬิกา หรือมอเตอร์กระแสตรง เป็นต้น แต่ถ้าต้องการนำไปใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ไฟฟ้ากระแสสลับจะต้องทำการแปลงกระแสไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์แสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสสลัลก่อนโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "อินเวอร์เตอร์ (Inverter) ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 85-90% ดังนั้นจะมีการสูญเสียพลังงานไปส่วนหนึ่งทำให้ต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เช่น ถ้าความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่100วัตต์ จะต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ให้กำลังประมาณ 110-120 วัตต์  และถ้าต้องการสำรองไฟฟ้าไว้ใช้ในเวลาที่ไม่มีแสงแดด หรือตอนกลางคืนจะต้องใช้เซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกับแบตเตอรี่และชุดควบคุมหรือกล่องควบคุมไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย โดยชุดควบคุมจะทำหน้าที่เลือกว่าจะส่งกระแสไฟฟ้าที่ได้จากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไปยังอินเวอร์เตอร์หรือส่งไปชาร์จแบตเตอรี่นอกจากนี้ในกรณีที่ต้องการใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ชุดควบคุมยังทำหน้าที่ตัดเซลล์แสงอาทิตย์ออกจากระบบ และต่อแบตเตอรี่ไปยังอินเวอร์เตอร์อีกด้วย
 การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ควร ให้มีความลาดเอียงประมาณ 10-15 องศาจากแนวนอน และโดยปกติจะหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อให้รับแสงแดดได้มากที่สุด และช่วยให้ระบายน้ำฝนได้เร็ว ส่วนอุปกรณ์ร่วมอื่นๆ เช่น อินเวอร์เตอร์,ชุดควบคุมและแบตเตอรี่ ควรติดตั้งในที่ร่มและไม่โดนน้ำหรือความชื้นได้ง่าย อีกทั้งควรมีพื้นที่ให้เข้าไปทำการบำรุงรักษาได้ง่ายอีกด้วย
 การบำรุงรักษาเซลล์แสงอาทิตย์โดยทั่วไปเซลล์แสงอาทิตย์ มีอายุการใช้งานประมาณ 20-30 ปีขึ้นไป เป็นอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่กับที่ ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว จึงไม่ต้องการการบำรุงรักษามากนัก นอกจากการทำความสะอาดฝุ่นละอองบนที่ติดอยู่บนแผงเซลล์แสงอาทิตย์บ้างเท่านั้น เพราะฝุ่นละอองจะไปลดปริมาณแสงที่จะส่องลงไปยังเซลล์แสงอาทิตย์ทำให้ได้ปริมาณกระแสไฟฟ้าลดลง ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ร่วมกับเซลล์แสงอาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นอินเวอร์เตอร์ ชุดควบคุม เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะต้องมีการตรวจสอบอยู่เป็นระยะๆ ส่วนแบตเตอรี่ที่ใช้กับเซลล์แสงอาทิตย์จะใช้เป็นแบตเตอรี่ตะกั่วกรดชนิดคายประจุลึก (Deep Discharge) เพราะถ้าใช้แบตเตอรี่ทั่วๆไปเหมือนกับที่ใช้ในรถยนต์อายุการงานจะสั้น ทำให้ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย แต่ถึงจะใช้แบตเตอรี่ตะกั่วกรด ชนิดคายประจุลึกถ้าใช้เป็นแบตเตอรี่แบบเปียก ก็ยังต้องคอยตรวจสอบและเติมน้ำกลั่นด้วยเช่นกัน

บทส่งท้าย
 เซลล์แสงอาทิตย์ในบ้านเรา ยังไม่มีการใช้งานมากนัก อาจจะเป็นเพราะเรายังไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเซลล์แสงอาทิตย์และยังไม่ได้ตระหนักถึงการใช้พลังงานทดแทนมากเท่าที่ควรพึ่งจะมาตื่นตัวกันเมื่อ 2-3 ปีนี้ เนื่องจากน้ำมันมีราคาแพงกว่าเดิมมากนั่นเอง แต่ประเทศในแถบยุโรปหรือในอเมริกา ที่เทคโนโลยีก้าวหน้ากว่าบ้านเรา มีการใช้พลังงานทดแทนกันมากและหลากหลายรูปแบบเซลล์แสงอาทิตย์ ก็เป็นพลังงานทดแทนแบบหนึ่งที่มีใช้กันมาก และใช้กันมานานพอสมควรแล้ว จนเขาเริ่มคิดถึงเรื่องปัญหาและการจัดการขยะจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่จะเกิดตามมาหลังจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่ใช้งานหมดอายุ
 อย่างไรก็ตามแนวโน้มราคาของเซลล์แสงอาทิตย์ และการที่มีโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ในบ้านเราเอง ประกอบกับท่ประเทศของเราอยู่ในเขตที่ถือว่ามีแดดจัดตลอดปี การใช้พลังงานจากเซลล์แลงอาทิตย์ก็เป็นที่น่าสนใจ และเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง กอปรกับการที่น้ำมันมีราคาแพงกว่าเดิมหลายเท่าตัว เซลล์แสงอาทิตย์ในบ้านเราก็คงจะมีการใช้งานกันมากขึ้นอย่างแน่นอน
 ต่อไปพ่อค้าไก่ปิ้ง คงไม่ต้องลำบากคอยปรับกระจก เพื่อส่องไปยังไก่อีกแล้ว เพราะเขาใช้เซลล์แสงอาทิตย์มาผลิตไฟฟ้าให้กับเตาอบไก่ของเขาแทน...


Mr.Bat Man

คัดมาจาก : อิเล็กทรอนิกส์แฮนด์บุ๊ค ฉบับที่124 ธันวาคม

 




 
เข้าดู(28055)


บทความน่ารู้และข้อมูลทั่วไปทางอิเล็คทรอนิคส์มาใหม่ล่าสุด
A00043 22:3:2551 -  การบังคับมาตรฐาน มอก. กับผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (48339)
A00042 22:3:2551 -  ตู้ลำโพงแบบมาตรฐาน Loudspeaker Enclosures เรื่องสามัญประจำบ้านที่ต้องรู้ก่อนลงมือในภาคสนาม (50047)
A00031 17:8:2550 -  การปฐมพยาบาล..คนทีโดนไฟฟ้าดูด.. (52555)
A00030 8:6:2556 -  อันตรายจากไฟฟ้า คุณรู้หรือยัง!!! (51633)
A00029 17:8:2550 -  เซลล์แสงอาทิตย์ พลังงานธรรมชาติที่ไมีมีวันหมด... (28055)
A00028 17:8:2550 -  ลำโพงนีโอไดเมี่ยม เป็นอย่างไร ??? (20076)
A00026 17:8:2550 -  สายไฟ AC สำหรับเครื่องเสียงเรื่องจริงหรือมั่วนิ่ม ? (24771)
A00025 17:8:2550 -  ลำโพง (15464)
A00024 17:8:2550 -  อีควอไลเซอร์ EQUALIZER : EQ (39618)
A00023 17:8:2550 -  Setting Speaker (16286)
ดูทั้งหมด>>